SENSATIONAL FLIGHT OF THE JUNKERS F13 BY RIMOWA

RIMOWA โชว์การแสดงบินผาดโผนของเครื่องบินรุ่นเก๋า ณ เทือกเขาแอลป์

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อนำเครื่องบิน Junkers F13 ให้กลับมาโบยบินอีกครั้ง ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 100 ปีมาแล้วหลังจากการเปิดตัวของเครื่องบินที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นต้นแบบของเครื่องบินพาณิชย์ทุกชนิดบนโลกนี้ ด้วยการนำเอาสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้ชื่อโครงการ “RIMOWA F13” ให้กลายมาเป็นเครื่องบินรุ่น Junkers F13 ลำจริงเพื่อสานต่อวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ Hugo Junkers

rimowa-junkers-f13-1

firstflight_7_aaugiob

เครื่องบินถูกจอดนิ่งอย่างสง่างามในสนามบิน Dübendorf ผู้เยี่ยมชมต่างเดินทางเพื่อมาเยี่ยมชมและเป็นเกียรติให้กับเครื่องบินโดยสารลำแรกของโลกที่สร้างมาจากโลหะทั้งลำ แบบจำลองของเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นมากกว่าการนำเอารูปแบบเครื่องบินที่เป็นที่นิยมอย่างสูงจากในอดีตมาสร้างใหม่ แต่คือเครื่องบินที่มาปฏิวัติวงการการบินบินโดยแท้ และเป็นพื้นฐานและแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่นให้กับการสร้างเครื่องบินโดยสารสมัยใหม่ และจุดประกายให้เกิดแนวทางของการโดยสารทางอากาศในยุคปัจจุบัน

ข้อเท็จจริง

testing_7_wftehsn

ทีมงานผู้สร้างเครื่องบินรุ่น Junkers F13 ต้องใช้เวลาในการทำงานทั้งสิ้น 12,000 ชั่วโมง ที่ Black Forest เครื่องบินปีกต่ำที่มาพร้อมกับห้องนักบินเปิดโล่งสองที่นั่งประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 2,600 ชิ้น ที่ถูกเชื่อมต่อกันด้วยหมุด 35,000 ตัว ใช้สีทั้งหมด 60 กิโลกรัมในการตกแต่งจนเสร็จ ซึ่งเครื่องบินลำที่ทำเลียนแบบนี้ขับเคลื่อนโดย กระบอกเครื่องยนต์แบบหัว 9 แฉก ของ Pratt & Whitney Wasp Junior รุ่น R985 และให้แรงขับที่ 450 แรงม้า ภายในตกแต่งด้วยหนังชั้นดี

การผลิต

constuction_13

นับว่าเป็นเวลากว่า 7 ปีของการวิจัย วางแผนและอนุมัติระหว่างแนวคิดตั้งต้นและเครื่องบินที่บินครั้งแรก (the aircraft’s maiden flight) ต่อมา Hugo Junkers นักธุรกิจ และวิศวกรชาวเยอรมัน ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้ว่าจ้างให้สร้างเครื่องบินนี้ ในปี 1919 โดยปีกของเครื่องบินทำขึ้นจากอะลูมิเนียมแบบพิเศษ ที่เรียกว่า ดูราลูมิน (Duralumin) ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานประกอบเครื่องบินชนิดนี้ ในเมือง Dessau จนถึงปี 1933 Dieter Morszeck นักธุรกิจจากเมืองโคโลญจ์ ซึ่งบิดาของเขาได้พัฒนากระเป๋าเดินทางโดยใช้โลหะชนิดเดียวกัน มากกว่า 60 ปี รู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกันของโครงการนี้ จึงได้ให้การสนับสนุนการสร้างเครื่องบินรุ่น F13 ที่มีความปลอดภัยต่อการเดินทางบนอากาศ

constuction_14

firstflight_25_7y3opgx

Hugo Junkers คือบุคคลแรกที่ใช้วัสดุดูราลูมินในการสร้างเครื่องบิน และแผ่นโลหะที่ได้มาจากการหล่ออะลูมิเนียมรีดลอนเป็นลายลูกฟูก หรือริ้วร่องได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องบิน Junkers และกระเป๋าเดินทางริโมว่า Dieter Morszeck กล่าวว่า “นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงได้คอยติดตามและสนับสนุนการสร้างเครื่องบินรุ่น Junkers F13 เพราะผมอยากจะมอบสิ่งที่ทรงคุณค่าคืนสู่โลกใบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ให้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ต้องเป็นที่ๆ มันสมควรจะอยู่ นั่นก็คือ ท้องฟ้า”

การนำเครื่องขึ้น

เครื่องบินรุ่น Junkers F13 by RIMOWA ค่อยๆ บินเลียบขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวล เครื่องยนต์ให้แรงขับที่ 450 แรงม้า และเร่งความเร็วได้ถึง 176 กิโลเมตร/ชั่วโมง หน้าจอบนสนามบินได้ถ่ายทอดสดจากค็อกพิตเพื่อให้เห็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเครื่องบินสมัยนั้น

firstflight_21_yflfrii

เช่นเดียวกับเครื่องบินดั้งเดิมเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ในปัจจุบัน Junkers F13 by RIMOWA ได้นำความรู้สึกแห่งอิสรภาพมาให้ไม่ต่างกัน ห้องนักบินแบบเปิดควบคุมโดยนักบิน Oliver Bachmann ร่วมกับ Dieter Morszeck ประธานกรรมการและซีอีโอ ของแบรนด์ ริโมว่า ซึ่งเคยเป็นนักบินเครื่องบินส่วนบุคคลมากว่า 34 ปี

เมื่อถึงการลงจอด Junkers F13 แตะพื้นอย่างนุ่มนวล ซึ่ง Dieter รู้สึกตื้นตันใจจนถึงกับเอ่ยคำพูดออกมาหลังเดินออกมาจากค็อกพิต “นี่ราวกับฝันที่เป็นจริงของผมเลยทีเดียว Junkers F13 ได้กลับมาขึ้นบินได้อีกครั้ง และผมโชคดีที่ได้มาร่วมรับรู้ประสบการณ์การขึ้นบินอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในฐานะเป็นลูกเรือคนหนึ่งของเครื่องบินลำนี้”

firstflight_9

Source: Rimowa-f13