ARE YOU A SPORNOSEXUAL ?

หมดเวลา Metrosexual ถึงยุคของ Spornosexual

เป็นวันหนึ่งกลางสัปดาห์ช่วงเวลาใกล้งานเลิก หน้าคอมฯ ที่ไม่รู้จะส่งเมลล์หาใครแล้ว อากาศอึมๆ ครึ้มๆ เหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่ ชวนให้คิดอะไรไม่ได้นอกจากเย็นนี้ต้องมีเบียร์ ผมโทรบอกเมียจะกลับค่ำซึ่งก็โดนด่าตามสภาพ หูชาจึงวางสายแล้วสไลด์เข้าไลน์ชวนสหายดับกระหายส่งท้ายวัน

ผม: “เห้ย เย็นนี้จิบ” 

เพื่อน: “ไม่ได้หวะ เย็นเข้าฟิตเนส เทรนเนอร์สอนท่าใหม่เน้นปั๊มนมให้ใหญ่ขึ้น”

ผม:

ครับ เรื่องแบบนี้เห็นทีจะเป็นปกติไปแล้วเมื่อเพื่อนชายของคุณเริ่มหายหัวจากร้านเหล้าไปโผล่ร่างเข้าฟิตเนสกลางเมือง เช็คอินโชว์สาว ก่อนเกร็งกล้ามหน้ากระจกและโพสต์ลง Instagram

ยินต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นชายยุคใหม่ ยุคที่ร่างกายถูกนำมาเป็นอาวุธในการล่าเหยื่อพร้อมคำนิยามชวนเชื่อว่า ‘Spornosexual’

Spornosexual (สปอร์โนเซ็กชวล) คืออะไร ก่อนไปถึงความหมายของชื่อเซ็กส์ๆ นั่น ขอร้องให้ย้อนดูตั้งแต่ราก

Masculinity

มันเริ่มจาก ‘ความเป็นชาย’ (Masculinity)

คำว่า ความเป็นชาย (Masculinity)  ไม่ได้หมายความว่าแค่มีกระปู๋ก็เป็นได้ แต่เกิดจากการให้ความหมายโดยสังคม ซึ่งสังคมเองก็ได้รับอิทธิพลจากฮิสทอรี่ ศาสนา และเศรษฐกิจในเวลานั้น จึงเป็นการสร้างวัฒนธรรม (Cutural Construction) ที่เฉพาะตัวแบบไม่คงที่ นั่นทำให้ความเป็นชายสามารถเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา สถานที่ และสถานการณ์

Richmond-Abbott โปรเฟสเซอร์ซักคนเคยบอกไว้ว่า ความเป็นชายแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ความเป็นชายแบบเก่า และความเป็นชายแบบใหม่

Old men vs new men

ความเป็นชายแบบเก่ารับอิทธิพลมาจากสังคมดั้งเดิมตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมจนอุตสาหกรรม อุดมการณ์ทางสังคมของผู้ชายเน้นเรื่องความเป็นใหญ่ ความเป็นชายในอุดมคติจึงออกมาในรูปความเป็นผู้นำ กล้าหาญ และการแสดงอำนาจเหนือผู้หญิง ต่างจากความเป็นชายแบบใหม่ได้รับอิทธิพลจากการเรียกร้องสิทธิสตรีในยุค 70s ผู้หญิงเริ่มหาเลี้ยงตนเองได้ ดังนั้น ความแข็งกร้าวแบบแต่ก่อนจึงลดลง ผู้ชายให้โอกาสผู้หญิงมากขึ้นและแสดงออกอย่างเท่าเทียม

แล้วความเป็นชายในสังคมไทย?

รู้ไว้หน่อยก็ดี กว่าชายไทยจะเดินใส่หัวเข็มขัด LV ใหญ่เท่าวันนี้ เราผ่านมาแล้ว 3 ยุค

1. ความเป็นชายยุคเก่า

ช้างเท้าหน้า

ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดการเมือง ศาสนาพราหมณ์และพุทธจากอินเดีย รวมถึงชาติตะวันตกที่ยกย่องชายเป็นใหญ่โดยภาพรวมทางการปกครองที่ให้คุณค่า มอบอำนาจเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แถมยังส่งผ่านอำนาจของตนเองให้เหนือกว่าสตรีผ่านกฎหมาย การศึกษา และวรรณกรรมเพื่อแสดงความแข็งแกร่ง ให้รู้ว่าข้าคือผู้ยิ่งใหญ่ ข้าทำสงคราม สร้างเกียรติยศ ชายยุคนี้จึงเปรียบดั่งพ่อเทพบุตรที่ผู้คนต่างเชิดชู

2. ความเป็นชายยุคอิทธิพลตะวันตก

Gentlemen

ความเป็นฝรั่งถูกส่งผ่านลูกหลานชนชั้นปกครองที่กลับจากการเรียนต่อต่างประเทศในสมัย ร.4 ยุคนี้คำว่า สุภาพบุรุษ (Gentlemen) เริ่มนำมาใช้ ซึ่งตรงกับสมัยครองราชของพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษ โดยความหมาย

Gentlemen คือผู้อดทน พร้อมเสียสละความสุขเพื่อส่วนรวม ลักษณะภายนอกเปรียบดั่งเสือยิ้มยาก ริมฝีปากแข็ง (Stiff upper lip) ใบหน้าเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่แสดงออกว่าดีใจเมื่อได้ชัยชนะ หรือแสดงความเสียใจเมื่อเจ็บปวดหรือพ่ายแพ้

ก็ดูเก็บกดเอาซะหน่อย ซึ่งต่อมาในสมัย ร.6 ด้วยปัจจัยทางการบ้านการเมือง ภาพความเป็นชายยุคนี้จึงรวมกับความมีวินัย เกิดเป็นชายต้องรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และปกครองบ้านเมืองโดยไม่มีภาพความอ่อนแอ เรื่อยมาจนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัย ร.7 และ ร.8 พลังอำนาจความเป็นเหตุเป็นผลครอบงำผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นอุดมคติของชายในยุคนี้จึงถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน อย่างไหนคือผู้ชาย อย่างไหนไม่ใช่ ทุกกริยาการแสดงออกตรงข้ามกับสตรี

3. ความเป็นชายยุคใหม่-ปัจจุบัน

จากที่บุรุษเปรียบดั่งเทพบุตรที่ทุกคนเชิดชู ในยุค 70s อิทธิพลการเรียกร้องสิทธิสตรีเริ่มขยายวงกว้าง ส่งผลให้หญิงไทยผู้มีการศึกษารับรู้ถึงปัญหาและสิทธิความไม่เท่าเทียม จึงเกิดการเรียกร้องกระทบสู่การสร้างฟอร์มความเป็นชายรูปแบบใหม่ ชายผู้ไม่ได้เก๋าหรือมีพาวเวอร์เหนือผู้หญิงอีกต่อไป

แมน

ไม่เพียงเท่านั้น สื่อเองก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะการป้อนข้อมูลจากสื่อนิตยสาร ในปี 2510-2510 นิตยสาร แมน (นิตยสารชาย ฉบับแรกปี พ.ศ. 2518) เปรียบเสมือนคำภีร์ของผู้ชายในยุคนั้น

นำเสนอภาพผู้ชายยุคก่อนอันแข็งแกร่ง ใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย เข้ากับการรู้จักเลือกเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ไปจนถึงภัตตาคาร และภาพนู้ดของสตรี

จนเมื่อนิตยสาร GM (Gentlemen’s Magazine) เริ่มวางขายในปี พ.ศ. 2529 มุมมองต่อโลกความเป็นชายเปิดกว้างขึ้นอีกขั้น มีการนำเสนอคำว่า ‘มาดสุภาพบุรุษ’ ซึ่งคำว่าสุภาพบุรุษของ GM หมายถึง ชายผู้แต่งกายเหมาะสมแก่โอกาส มีการใช้น้ำหอมเพื่อสร้างสเน่ห์และเสริมบุคลิก ในแง่การทำงาน มีการแนะนำทริค เช่น ทำงานอย่างไรเพื่อลดความเครียด ออกสังคมอย่างไรให้ดูน่าเราคพ เรื่อยไปถึงสุขภาพ และจะสนุกสนานกับการพักผ่อนได้อย่างไร

Metrosexual คือจุดเริ่มต้น

เมื่อชายเริ่มใช้แฟแกรนซ์กลบกลิ่นกาย กระแสความเป็นชายยุคใหม่มาพร้อมการก่อตัวของพฤติกรรมบริโภคนิยม คือผู้ชายไม่ได้เลือกซื้อสินค้าเพื่อการใช้งาน แต่เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และบ่งบอกตัวตน ความเป็นชายที่มาพร้อมพฤติกรรมนี้ถูกเรียกชื่อให้น่าสนใจว่า ‘Metrosexual (เมโทรเซ็กซ์ชวล)’

Mark Simpson
Mark Simpson

Metrosexual ไม่ได้หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์ในรถใต้ดิน

แต่เป็นคำที่ Mark Simpson คอลัมนิสต์ชาวอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ The Independent กล่าวถึงครั้งแรกในบทความชื่อ ‘Here come the mirror men’ ตีพิมพ์เมื่อ 15 พ.ย. 1994 โดยตา Mark ให้ความหมายของ Metrosexual ไว้ว่า

“Metrosexual คือชายผู้มีรายได้สูงที่(สามารถ)ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย อาศัยหรือทำงานในเมือง นั่นเป็นเพราะในเมืองมีทั้งห้าง ร้านค้า ร้านอาหารหรูๆ ให้ช็อปให้ชิลล์มากมาย

หนุ่ม Metrosexual พรมน้ำหอม ลดการระคายเคืองหลังการโกนหนวดด้วย Aftershave ยี่ห้อ Davidoff กลิ่น Cool Water ใส่เสื้อแจ็คเก็ต Paul Smith สวมกางเกง Chinos พร้อมรองเท้าบูทสไตล์ Biker และสวมเกงใน Calvin Klein คือผู้เสพย์ติดข้าวของเครื่องใช้ที่นายแบบชาย(เท่ๆ)โฆษณา”

Paul Smith
Paul Smith Ad

ปรากฏการณ์ Metrosexual แผ่ขยายไปทั่วโลกโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทั้ง London, Tokyo รวมถึงกรุงเทพฯ บุรุษเมืองใช้จ่ายรัวๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลตนเอง อ้างอิงจากผลการวิจัยทางการตลาด เอ ซี นัลสัน (AC Nielsen) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) จากกลุ่มตัวอย่างใน 56 ประเทศ พบว่าสินค้าผู้ชายเติบโต เร็วกว่าเป็น 2 เท่าของสินค้าสตรี (ประชาชาติธุรกิจ กรกฎาคม 2547)

ถึงเวลา SPORNOSEXUAL

กว่า 20 ปี กระแส Metrosexual เติบโตเต็มขั้น ในที่สุด Mark Simpson คนเดิมเพิ่มเติมคือศัพท์ใหม่ได้ประกาศไว้ในปี 2014 ว่า

ไอ้พวก Metrosexual ทั้งหลายได้ตายจากเราไปแล้ว ต่อจากนี้ไปเทรนด์โลกผู้ชายจะเป็นของ Spornosexual

Spornosexual 2

Spornosexual เกิดจากการผสมกันของสามคำ คือ Sport, Porn และ Metrosexual เป็นคำที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Metrosexual พูดให้เข้าใจง่ายคือ Metrosexual กลายพันธุ์ผสานความสปอร์ต แมนๆ แบบนักกีฬาสร้างความเร้าใจทางเพศ นั่นคือ ในขณะที่หนุ่มเมโทรสนใจเสื้อผ้า หน้าตาสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณสดใส Spornosexual สวนกลับว่า Who cares!? มันต้องฟิตเนสหลังเลิกงานสิวะ มันต้องเหงื่อไหลตามกล้ามสิวะ หนวดเคราต้องมี บิ๊กไบค์ต้องขี่ เสาร์อาทิตย์นี่ก็ขอไปอาบแดดให้ผิวแทน นั่นเป็นเพราะสิ่งที่ Spornosexual หลงไหลมากที่สุด คือร่างล่ำๆ ของตนเอง

Ronaldo Mark Simpson

บอดี้นี่แหละคืออาวุธเด็ดในการดึงดูดเพศตรงข้ามหรือเพศที่ตัวเองสนใจไม่ใช่เสื้อผ้าอีกต่อไป ไม่มีอายที่จะอวดผ่าน Social Media ว่าตอนนี้ทำอะไร กำลังปั้นกล้ามท่าไหน คอมเมนท์ชื่นชมในร่างกายและยอดไลค์ช่วยเพิ่มความมั่นใจและต่อลมหายใจหนุ่ม Spornosexual ไปวันๆ ตัวอย่างชายที่มีลักษณะ Spornosexual ชัดๆ ยุคนี้ เช่น Cristiano Ronaldo หรือ David Beckham (ซึ่งเคยเป็น Metrosexual มาก่อนเช่นกัน)

รู้จัก Spornosexual ไปแล้วได้อะไร ?

8220483a02194dc8669cce5cd74be237

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า โอ่ว กูนี่มัน Spornosexual ชัดๆ หรือทำงานสายการตลาด การสื่อสาร ฟิตเนสเทรนเนอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พบว่า

Spornosexual คือกลุ่มที่ลงทุนสูงเพื่อดูแลตัวเอง กล้าใช้จ่ายกับสิ่งที่พอใจ และเป็นลูกค้าในระยะยาว

โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาพบสิ่งที่ช่วยทำให้ร่างกายดูดี เพราะฉะนั้นหากเอาใจถูก คุณก็สามารถสร้างสินค้าหรือบริการเพื่อตอบโจทย์พวกเขาได้ไม่ยาก

ผู้ชาย Metrosexual จะใช้ของแบรนด์เนมเพื่อเสริมภาพลักษณ์ แต่ชาย Spornosexual จะใช้เรือนร่างที่แข็งแรงจากการออกกำลังเพื่อแสดงตัวตนและเพิ่มแรงดึงดูดทางเพศ มั่นมากถึงขนาดชอบถอดเสื้อทำนู่นนี่ ในด้านการใช้จ่าย หนุ่ม Spornosexual ใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างกล้ามเนื้อที่สวยงามทั้งจากสินค้าบริการ อาหารหลัก และอาหารเสริม โดยหมดเงินไปกับอาหารหลักมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 21 ถึง 30 ของรายได้ต่อเดือน

under-armour-the-rock
The Rock in Under Amour

สำหรับแบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกายยอดฮิตก็หนีไม่พ้น Under Amour เพราะเหล่า Spornosexual มองว่าหากหุ่นมึงไม่ดีจริงขืนใส่แบรนด์นี้ออกมาเป็นแหนมเดินได้แน่ จะใส่แล้วดูดีต้องมีร่างเทพ แข็งแรง บึกบึนเท่านั้น โดยการศึกษายังพบว่า ดารา ศิลปิน นายแบบต่างชาติตามคำนิยาม Spornosexual ที่เป็นที่ชื่นชอบของชายไทย 3 อันดับแรกได้แก่ 1. Chris Hemsworth 2. Lazar Angelov 3. Jeff Seid ส่วน Spornosexual แบบไทยๆ ที่หนุ่มไทยชื่นชอบ 1. เดเจภูมิ 2. เทรนเนอร์ฟ้าใส 3. ดีเจเพชรจ้า

Spornosexual Thai

เสริมด้วยงานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในหัวข้อการใช้ประโยชน์และความพึงพอใจเว็บไซต์นิตยสารไลฟ์สไตล์ชายแนว Spornosexual อาทิ Esquire, GQ, ElleMen พบว่า ชายไทยที่มีอายุระหว่าง 23-30 ปีมียอดการเข้าชมเว็บไซต์เหล่านี้มากที่สุดโดย Social Media คือช่องทางหลักในการเข้าถึง และ Content ที่ดึงดูดใจกลุ่ม Spornosexual มีเนื้อหาเกี่ยวกับสไตล์การแต่งตัว ผู้หญิงเซ็กซี่ และร้านกินดื่ม ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ สร้างตัวตนให้สอดคล้องตามความแบบชาย Spornosexual ที่พวกเขาอยากจะเป็น

Beckham Mark Simpson

ก็นั่นแหละครับ ไม่ว่าความเป็นชายยุคไหนจะถูกให้ความหมายอย่างไร หากเลือกโชว์ Style แต่ขาด Life คุณค่าความเป็น Masculinity จะเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็อย่างว่า ยอด Followers มันหากินได้หนิครับ ผมขอตัวแคนเซิลร้านเหล้าซะเดี๋ยวนี้ แล้วไปยกเวท ซิทอัพ ซักสองสามที นั่งแต่งรูปลง ig อีก 30 นาที ชีวิตนี้ก็ดู Spornosexual ดีครับ..บราย

Sources: chulalongkorn universitybrandbuffet & cmmu, marksimpson, the independentประวัติศาสตร์สามัญชนไทย