MEN WHO SHOOT THE MOMENT

อดีตช่างภาพนายกฯ ประสบการณ์จาก New York เปิดโลกการถ่ายภาพกับสองแอมบาสเดอร์ Leica M

ณ บาร์ไม้สีเข้มทอดยาว เป็นวันพุธกลางเดือนช่วงต้นปี ท่ามกลางอากาศที่ควรจะหนาวแต่จัดว่าเหี้ยของกรุงเทพฯ องศาร้อนสาดทะลุกระจกบานใหญ่ราวกับทำโทษอะไรซักอย่าง ผมนั่งมองมองน้ำแข็งค่อยๆ ละลายในแก้ว Gin & Tonic ใส ก่อนยกจิบพอดับกระหายไปกับวิวป่าคอนกรีตบนชั้นบนสุดของโรงแรม St. Regis

เครื่องดื่มแก้วต่อไปกำลังจะเริ่มแต่ถูกขัดจังหวะด้วยชายในสูทเข้มใบหน้าเรียบชาใต้หมวกดำ ‘แอ๊ด – พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์’ อดีตช่างภาพประจำตัวนายกอภิสิทธิ์ ตามติดด้วยบุรุษแว่นดำผู้คุมโทนแต่ Pocket Square สีเหลืองนั่นทำให้รู้ทันทีว่ามีอะไร ‘ชัช – ชัชวาล จันทโชติบุตร’ ช่างภาพมากประสบการณ์จากดินแดนเสรีอย่าง NYC เราพูดคุยสวนหมัดกันเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนบทสนาทั้งหมดจะพรั่งพรูจากสองแอมบาสเดอร์ Leica M ประเทศไทย

1280x800

เป็นแอมบาสเดอร์ให้ Leica M มานานรึ้ยังครับ ?

แอ๊ดและชัช: เกือบๆ ปี เห็นจะได้แล้วนะ

เริ่มสนใจถ่ายภาพได้ยังไง ?

แอ๊ด: เริ่มจากคุณพ่อ พ่อมีกล้องที่บ้าน ผมแอบขโมยมาเล่นตอนเด็กๆ พอตอนป.5 พ่อเลยซื้อกล้องฟิล์มให้เป็นของขวัญวันเกิด อันที่จริงๆ เราชอบวาดรูปนะ แต่วาดแล้วมันสวยอย่างถ่ายภาพ

ชัช: คล้ายๆ พี่แอ๊ด คือเริ่มจากวาดรูป แต่วาดไม่ได้เรื่อง ฝีมือถือว่าเป็นชั้นเลว แต่มีอยู่ทริปนึงไปอยุธยากับที่บ้าน พ่อรื้อเจอกล้องเก่าแล้วเค้าก็บอก “อ่ะ นี่ของป๊า ลองเอาไปเล่นดู” ถ่ายหมดม้วนดีแค่รูปเดียวเพราะเราไม่เข้าใจวัดแสงคือไร โฟกัสคือไร แต่ชอตนั้นทำให้เราคิดได้ว่า การทำให้รูปเกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษ ดินสอ หรือสีเท่านั้น มันมีตัวแปรอื่นที่ทำให้ภาพเกิดขึ้นได้
L1000944 copy

คนที่เป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ ?

แอ๊ด: เรามีไอดอลอยู่ 2 คน คนแรกคือป๊า แล้วก็พูดอย่างไม่อายเลยว่าอีกคนคือในหลวง เราว่าเรามีต้นแบบที่ดีอยู่แล้ว ท่านมีความสามารถครบทุกด้าน เราเห็นภาพพระราชกรณียกิจ มันไม่ได้สวยอย่างเดียว
มันมีความหมายผ่านสายตาที่มองมาจากผู้คนหลายล้านคนในประเทศไทย
ชัช: เหมือนพี่แอ๊ด ในหลวงทรงพระปรีชาสามารถ ภาพของท่านไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่สะท้อนความคิด แล้วอีกอย่างคือ คุณอย่ามีข้ออ้างว่ายุ่งหรือไม่มีเวลา เพราะไม่มีใครยุ่งกว่าพระองค์ ท่านทรงถ่ายภาพ ทรงสอนทุกอย่างผ่านสิ่งที่ท่านทำ
IMG_7158

เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนในการถ่ายภาพ ?

ชัช: เมื่อก่อนผมคิดแค่ทำไงให้รูปสวย จนวันนึงผมได้ไปดูงานแสดงชื่อ War Photgraphy ที่นิวยอร์ค แล้วเกิดความรู้สึก เห้ย นี่กูเป็นอะไรวะ! ทำไมกูแย่งี้ เราเห็นรูปแล้วตั้งคำถามว่าไอ้เหี้ย! ปืนที่จ่อหัวเด็กอยู่นั่นจริงเหรอวะ อ่าวมึงก็คนขาวเหมือนกันแค่เยอรมันคนละฝั่ง มึงฆ่ากันทำไมวะ ซึ่งเหตุการณ์ในภาพนั้นเกิดขึ้นในปี 1938 ผมยืนดูอยู่ ณ ปี 2015 ความจริงผมไม่ควรต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้น แล้วทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ จุดนั้นเราไม่คุยเรื่องรูปสวยละ คืนนั้นผมนอนคิด สุดท้ายมันไม่ใช่ความสวยงามทางด้านการจัดวางหรือสีสัน สิ่งที่มีผลกระทบกับชีวิตผมคืออารมณ์ที่เกิดขึ้นในนั้น
ไอ้ภาพที่ดี ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นภาพที่สวย หรือภาพที่สวยไม่จำเป็นต้องเป็นภาพที่ดี
เราจะทำยังไงให้เราถ่ายรูปวันนี้แล้วอีก 50 ปีคนดูยังเกิดอารมณ์กับภาพได้ มันแฮปปี้กว่ายืนดูแล้วแบบ หน้าชัด หลังเบลอ ขอบสวย แสงฟุ้ง ซึ่งมันก็ไม่ผิดนะ
แอ๊ด: ใช่ เมื่อก่อนเราก็เป็นแบบนั้น
ชัช: ใช่ เราเป็นหนักเลย แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า เห้ย ไอ้สิ่งเนี้ย มันคือสิ่งที่สำคัญที่คงอยู่ได้ยืนยาว
แอ๊ด: สำหรับผม สุดท้ายผมมองว่าเบสิคสำคัญสุด คือคุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไรก่อนที่จะถ่ายยังไง มันทำให้มองย้อนกลับไปคนสมัยก่อน ถ่ายรูปรูปนึงต้องใช้เวลา มีคอสท์มาก จะเปิดสตูถ่ายใหม่ก็ลำบาก เพราะฉะนั้นเค้าจะรู้แล้วว่าในภาพต้องการอะไร อยากให้คนรุ่นใหม่นำระบบคิดนี้นี้มาปรับใช้
L1000942

คุณชัช ในแง่การถ่ายภาพ นิวยอร์คให้อะไรกับคุณบ้าง ?

ชัช: ให้หลายอย่างครับ ทั้งๆ ที่อยู่เมืองไทยผมมีงานมีความมั่นคงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมต้องการคือ ผมต้องการไปหายใจให้ต่าง ทำให้ต่าง คิดให้ต่าง ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าหรือไม่ดีกว่า แต่เราออกจากสิ่งที่เราเคยชิน แล้วคนที่นู่นเค้าไม่ได้แคร์ว่าคุณเป็นใคร ถ้าผลงานคุณดี คุณได้ไปต่อ แต่สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะอยู่นิวยอร์คหรือกรุงเทพฯ มันขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลว่าจะสามารถหยิบยกหรือดึงสิ่งที่อยู่รอบตัวมาผลักดันศักยภาพตัวเองได้มากน้อยเพียงใด

คุณแอ๊ด เริ่มเข้าไปเป็นช่างภาพอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ยังไงครับ ?

แอ๊ด: เริ่มจากได้ไปถ่ายผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์คนนึง หลังจากนั้นเค้าชวนให้เราส่งพอร์ตเข้าไป เรารอตอบกลับ 7 เดือน สัมภาษณ์อีก 3 รอบ ต้องขอบคุณคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสัมภาษณ์ผม ผมนั่งรอสัมภาษณ์ 12 ชม. พอแกเจอหน้า แกบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ เจออีกทีบอกอีกสองวันค่อยมาใหม่ เป็นแบบเนี้ย คุณทนได้หรือเปล่า ? มันฝึกให้เราอดทน พอผ่านไปได้จึงได้เริ่มงาน
L1000860

ถ่ายคนธรรมดากับนายกฯ มีข้อแตกต่างยังไงบ้าง ?

แอ๊ด: มีข้อแตกต่างอย่างมาก คือเราถ่ายคนเหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรให้เขาดูต่างจากคนอื่น ภาพนายกฯ ในสื่อบ้านเราจะดูแข็ง เรามีหน้าที่เข้าไปดูภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับ คือเราต้องมองด้วยความเป็นกลางก่อน มองว่าเค้าทำให้ประเทศ ทำให้ประเทศนั่นหมายความว่าทำให้ในหลวง เราว่าแค่เนี้ยมันก็ตอบโจทย์เราละ

ได้ข่าวว่าทำอยู่นาน ?

แอ๊ด: 7 ปีกว่า ตั้งแต่เป็นนายกฯ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน จนไม่ได้เป็นอะไรเลย คือเราอยู่กับเขาตั้งแต่ขึ้นสุดจนลงสุด 24 ชั่วโมงต้องพร้อมลุย ตารางงานแกเริ่ม 8 โมง แกจะถึงทำเนียบ 7 โมงครึ่ง เพราะฉะนั้น 7 โมงเราต้องพร้อมละ หรือเวลาแกไปที่ไหนที่มีฝ่ายตรงข้ามรอต้อนรับ ปานู่นปานี่ เรารู้ แต่เราก็ต้องไป

แล้วทำไมถึงออก ?

เราออกมาไม่ได้หมายความว่าเราหมด Passion นะ แต่
เราอยากท้าทายตัวเองว่าเราจะทำได้ไหมถ้าไม่มีชื่อเค้าค้ำหัวเราอยู่
เมื่อก่อนไปไหนคนก็นับหน้าถือตาว่าเป็นช่างภาพนายกฯ แต่ตอนนี้เราคือแอ๊ด คนจะชอบงานเราหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเราละ
L1000940

Leica ช่วยสร้างผลงานให้คุณอย่างไร ?

แอ๊ดและชัช: กล้อง Leica มันเล็ก มันเบา คุณภาพดี มันตอบความรู้สึก เราทำงานสายนักข่าว สาย Street Documentary เราอยากได้ภาพที่มันธรรมชาติ ถ้าเราถือกล้องใหญ่ คนเห็นกล้องจะแสดงออกให้เราแบบนึง แต่ถ้าเราถือกล้องเล็กแบบนี้ มันทำให้เราทำงานง่าย ได้ความเป็นธรรมชาติ

ถ้าตอนนี้ไม่ได้ถ่ายภาพ คิดว่าตัวเองทำไรอยู่ ?

ชัช: ผมอยากเป็นนักจิตวิทยานะ หรือไม่ ผมชอบท่องเที่ยว อาจกำลังเที่ยวที่ไหนซักแห่งไปเรื่อยๆ
แอ๊ด: เรานึกไม่ออก เพราะสิ่งที่เราเคยอยากทำ ทั้งสถาปนิก ช่างภาพ และนักข่าว เราทำหมดแล้ว

ตามติดผลงานของทั้ง 2 คนได้ที่

แอ๊ด: addcandid.com